Stop Loss คืออะไร? : รวมพื้นฐานการตั้ง Stop Loss สำหรับการเทรด

เมษายน 22, 2021 22:40 UTC
Reading time: 15 minutes

การเทรดหุ้น, ค่าเงิน, ทองคำและน้ำมัน หรือสินทรัพย์ทางการเงินใดๆ ในปัจจุบัน สามารถใช้ Leverage ซึ่งทำให้ซื้อขายได้มากกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่จริง ทำให้กำไร-ขาดทุน จะมากกว่าการไม่ใช้ Leverage ถ้าได้กำไรก็นับเป็นเรื่องดี แต่ขาดเกิดการขาดทุนก็จะขาดทุนมากกว่าปกติ นักลงทุนจึงต้องรู้จักการใช้ Stop Loss

Stop Loss คืออะไร 

Stop Loss คือ คำสั่งขายสินทรัพย์ทางการเงินเมื่อถึงราคาหรือเงื่อนไขที่กำหนด วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการขาดทุนอย่างหนักจากการเทรด โดยเฉพาะการเทรดบนตราสารอนุพันธ์อย่าง CFD (Contract for Differences) ที่เทรดเดอร์สามารถใช้ Leverage ที่สูง ๆ ได้

การตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss จะเปรียบเสมือนคุณออกคำสั่งล่วงหน้าไว้กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้บบริการ หลังจากนั้นโบรกเกอร์จะทำตามคำสั่ง Stop Loss ที่คุณวางไว้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดคอมพิวเตอร์หรือเชื่อมต่อบัญชีเทรดของคุณอยู่ก็ตาม ซึ่งถ้าหากคุณไม่มีเวลาติดตามสถานะการซื้อขายของคุณตลอด การตั้งค่า Stop Loss เอาไว้จะปกป้องเงินทุนของคุณจากการกระชากอย่างรุนแรงของราคา โดยเฉพาะในตลาด Forex ได้

สำหรับวิธีการวางคำสั่ง Stop Loss ในแพลตฟอร์ม MT4 คุณสามารถดูตัวอย่างได้ที่วิดิโอด้านล่างนี้ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาเข้าไปดู คุณสามารถทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้ให้ตามนี้ ซึ่งแนะนำให้ดูคลิปด้านล่างประกอบกันไป

  1. New Order หรือกด F9 เพื่อเปิดหน้าต่างในการส่งคำสั่งซื้อขาย
  2. จะปรากฏหน้าต่าง Order ขึ้นมา ให้สังเกตช่อง Stop Loss
    • ให้คุณใส่ราคาที่ต้องการว่า ถ้าสินทรัพย์มาถึงจุดนี้ แพลตฟอร์มจะตัดขาดทุนให้คุณทันที
    • คุณอาจต้องเรียนรู้เรื่อง Pip เพิ่มเติม ซึ่งทำให้คำนวณราคา Stop Loss ได้
  3. กดปุ่ม Buy หรือ Sell ตามทิศทางตลาด

เหตุผลที่ต้องตั้ง Stop Loss

  • เพื่อหยุดการขาดทุนอย่างหนัก เพราะไม่มีใครรู้อนาคตของตลาด
  • การเทรด CFD ไม่สามารถคิดแบบ "ไม่ขาย ไม่ขาดทุน" ได้ เพราะหากคุณใช้ Leverage ที่เกินขนาด การที่คุณไม่ขายจะทำให้มีโอกาสที่จะสูญเสียเงินทั้งหมดของพอร์ตได้
  • การตั้งค่า Stop Loss ทำให้เทรดเดอร์ต้องวางแผนการเทรดมาก่อน ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากในการเทรดระยะยาว เทรดเดอร์ต้องรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าเทรดว่า ถ้าโดน Stop Loss จะเสียเงินเท่าไหร่ และต้องยอมรับการเสียเงินให้ได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าเทรด
  • Stop Loss จะทำให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น การโดน Stop Loss คือสัญญาณให้คุณพักหรือหยุดเทรด
  • Stop Loss ทำให้คุณโฟกัสแต่ละการเทรด ซึ่งทำให้คุณพัฒนาความแม่นยำในการเข้าเทรดได้ เช่น สมมติคุณเทรดด้วยกลยุทธิ์การเทรด Forex แบบ Breakout แล้วคุณโดน Stop Loss บ่อยมาก นั่นอาจหมายความว่า คุณตั้ง Stop Loss แคบเกินไป หรือคุณอาจจะเข้าเทรดในจุดที่ไม่เหมาะสม (ราคาไปไกลแล้ว) ในจุดนี้ Stop Loss จะเป็นตัวช่วยเตือนสติและระลึกถึงจุดที่คุณเข้าเทรด

ในทางปฏิบัติจริง ๆ มันยากมาก ๆ ที่คุณจะสามารถตั้งค่า Stop Loss ได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มเทรดเป็นครั้งแรก ๆ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือคุณควรจะทดสอบสัญญาณการซื้อขายของคุณ และตรวจสอบว่า การตั้งค่า Stop Loss ในระบบเทรดของคุณ สามารถควบคุมความเสี่ยงและรักษาพอร์ตในเติบโตในระยะยาวได้จริงไหม ซึ่งคุณสามารถ คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลอง (Demo Account) ได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีทดลอง

พื้นฐานแนวคิดของ Stop Loss

แนวคิดแรกในการตั้งระยะทางของ Stop Loss คือให้พิจาณาความเป็นไปได้ของเป้าหมายในการทำกำไร โดยพื้นฐาน จะเริ่มต้นตั้งอัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรไว้ที่ 1:1 (Risk/Reward = 1:1) วิธีการนี้ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ก็ยังเป็นพื้นฐานในการสร้างระบบเทรด ความหมายของ "เป้าหมายในการทำกำไร" คือจากจุดที่เข้าซื้อ ราคาควรจะไปถึงเป้าหมายเท่าไหร่ในทาง Technical Analysis ตัวอย่าง เช่น

  • หากเราเข้าเทรดด้วยเทคนิคแบบกราฟแท่งเทียน และเมื่อเกิดสัญญาณกลับตัวแบบ Engulfing ในทางตำราอาจจะระบุว่า ราคาควรไปต่ออย่างน้อย 150% ของความยาวของแท่งเทียนที่เกิดสัญญาณ สมมติว่าเท่ากับ 150 Pip
  • และในกรณีสมมตินี้ คือ เป้าหมายการทำกำไรเท่ากับ 150 Pip ดังนั้น ก็ต้องตั้งค่า Stop Loss เท่ากับ 150 Pip
  • เมื่อกำไรขาดทุนได้เสียพอ ๆ กัน จึงต้องเทรดให้มี Win Rate มากกว่า 50% จึงจะทำกำไรในระยะยาว ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

จากแนวคิดข้างต้น หากเราเริ่มจาก Risk/Reward (R:R) แบบได้ 1 เสีย 1 เราจะเจอปัญหาว่า ต้องเทรดในปริมาณมากๆ และต้องมีความแม่นยำสูง ดังนั้น เทรดเดอร์หลายคนจึงเลือก R:R แบบที่ "เวลาได้ ต้องได้เยอะๆ" ซึ่งถ้าไม่ใช่การเทรดแบบ Trend Following ส่วนใหญ่ R:R อาจจะทำได้ราวๆ 1:2 หรือ 1:2.5

แต่มันต้องพึ่งพาการวิเคราะห์กราฟ และการจะใช้ระยะทางที่ไกลขนาดนั้น มันก็มักจะเป็นกลยุทธิ์การเทรดที่ต้องเสี่ยงเข้าไปเทรดในจุดที่มีโอกาสกลับตัวของราคา เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะไม่สามารถถือสถานะได้ตั้งแต่ต้นทาง อันจะทำให้ไม่สามารถเก็บ Reward ได้ตามเป้า

การตั้ง Stop Loss ด้วย ATR

จะเห็นว่า แนวคิดการตั้ง Stop Loss ในหัวข้อที่แล้ว จะขึ้นอยู่กับเทคนิคการวิเคราะห์กราฟของคุณ ดังนั้น คุณต้องศึกษาเรื่อง Technical Analysis มาสมควร ซึ่งจะถ้าลองวิเคราะห์กราฟไปเรื่อยๆ จะเจอปัญหาเรื่องความไม่คงเส้นคงวาในการวิเคราะห์ของคุณ ไม่เกี่ยวว่าคุณ "เก่งหรือไม่เก่ง" แต่เป็นอาการล้าสะสมของคนที่ใช้ Technical Analysis เป็นจุดอ่อนในเชิงจิตวิทยาอย่างหนึ่ง

ปัญหาเรื่อง Technical Analysis ส่งผลต่อประเด็น "เป้าหมายของระยะทางในการทำกำไร" ซึ่งจะย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกครั้งตอนตั้ง Stop Loss ดังนั้น เทรดเดอร์ยุคต่อมาจึงใช้วิธีการตั้งค่า Stop Loss โดยอ้างอิงกับพฤติกรรมและใช้ Indicator เช่น หากราคาทะลุเส้น EMA ก็ได้ตัดขาดทุนทันที แต่หัวข้อจะใช้ ATR หรือชื่อเต็มๆ ว่า "Average True Range"

ข้อดีของ ATR คือจะวัดกรอบ High เปรียบเทียบกับ Low ว่าเฉลี่ย ๆ กันออกมาในช่วงเวลาที่กำหนดนั้น กรอบความผันผวนกว้างเท่าไหร่ แนวคิดคือ "ราคาไม่ควรวิ่งเกินกรอบความผันผวน" เช่น ถ้าราคาทองคำวิ่งในกรอบ 1750 - 1770 หรือเท่ากับ 20 เหรียญทองคำ ถ้ามองว่า ราคาไม่ควรวิ่งเกินกรอบความผันผวน ดังนั้น การตั้ง Stop Loss ที่ 20 เหรียญ ก็น่าจะเพียงพอให้ทนความผันผวนได้ โดยเทคนิค ATR ที่ของนักเทรดฟิวเจอร์ส มักใช้สูตรดังนี้ (ไม่จำเป็นต้องทำตาม)

  • สำหรับนักเทรดแบบ Swing Trading ซึ่งต้องดูกรอบราคาของทั้งสัปดาห์ มักจะใช้ไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง และถ้าค่า ATR ในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมงมีค่ากี่ Pip ก็ให้เอาค่า ATR นั้นคูณ 2 หรือ 2.5 ถ้าโดน Stop Loss ก็ถือว่า ผิดทางหรือตลาดได้เปลี่ยนสภาวะเดิม
  • คนที่เทรดกรอบเป็นเดือนๆ มักใช้ไทม์เฟรม Day บ่อยครั้งจะไม่ได้ใช้ค่า ATR ในไทม์เฟรม Day โดยตรง แต่จะเปรียบเทียบในลักษณะว่า หากดัชนี ATR พุ่งสูงมากๆ อาจต้องทยอยลดสถานะลง (แล้วแต่กลยุทธิ์)
  • ATR ช่วยคำนวณ Stop Loss ได้ แต่ไม่ได้บ่งชี้ถึง "เป้าหมาย" ของกำไร ดังนั้น การตั้งค่า Stop Loss ด้วย ATR อาจจะขัดกับการพยายามทำระบบให้ได้ R:R สูงๆ (เพราะ Stop Loss จาก ATR มักจะกว้างจากความผันผวนของราคา)

เทคนิคการตั้ง Stop Loss ด้วย ATR ในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง เหมาะกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนปานกลาง เพราะหากธรรมชาติของสินทรัพย์ผันผวนรุนแรงตลอดเวลา (เช่น สกุลเงินดิจิตอล) การคำนวณ ATR อาจให้ประโยชน์ ดังนั้น หากอ่านเทคนิคนี้แล้วรู้สึกว่า อยากไปทดลองเทรดในตลาด Forex จริงๆ คุณสามารถคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้เพื่อทดลองเทรดได้ฟรี!

เปิดบัญชี Demo ได้ที่นี่

เลี้ยงกำไรด้วย Trailing Stop

Trailing Stop คือ คำสั่งในกลุ่ม Stop Loss ใช้เพื่อกำหนดจุดในการออกจากการเทรดเช่นเดียวกันกับคำสั่ง Stop Loss แบบปกติ แต่ Trailing Stop จะเป็นลักษณะของ "ล็อคกำไร" ที่ได้มาแล้ว นั่นหมายความว่า คุณต้องเทรด "ถูกทาง" มาสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะตั้งค่า Trailing Stop ได้

การตั้ง Trailing Stop ใน MT4 นั้นคุณต้องมีสถานะที่เปิดอยู่ในหน้าต่าง Terminal ก่อนอยู่แล้ว ให้คุณคลิกขวาที่รายการคำสั่งซื้อขายที่เปิดค้างไว้อยู่ แล้วเลือก "Trailing Stop" ซึ่งในแฟลตฟอร์ม MT4 โดยทั่วไปจะมีค่าเริ่มต้นตั้งแต่ 10 Point ไปจนถึง 40 Point หลังจากนั้นจะเป็นปุ่ม Custom โดยแนะนำให้เลือก Custom

ให้สังเกตว่า ในแพลตฟอร์มจะให้เราเลือก Trailing Stop มีหน่วยเป็น Point ซึ่ง 1 Point มีค่าเท่ากับ 0.1 Pip เท่านั้น แต่การเทรดจริงๆ เรามักรอให้ราคาขยับไปมากกว่า 10 Pip หรือ 50 Pip ซึ่งก็คืออย่างน้อยๆ 100 Point จึงต้องไปเลือกใน Custom ทั้งนี้ วิธีการตั้งค่า Trailing Stop ดูได้ในรูปด้านล่าง

Trailing Stop ทำงานอย่างไร?

หลักการของ Trailing Stop คือ ถ้าเราตั้งค่าไว้จำนวนใดๆ ก็ตาม มันจะล็อคกำไรให้ทันทีเมื่อราคาขยับถึงระยะทางที่เรากำหนดไว้ โดยมันจะส่งผลทั้งในส่วน Stop Loss และการล็อคกำไร โดยหากเราตั้งค่า Trailing Stop ไว้ 100 Point (10 Pip) ผลลัพธ์ก็คือ

  • ณ ราคาปัจจุบัน (ราคาตอนที่กดตั้งค่า Trailing Stop)
    • หากราคาขยับ "ถูกทาง" ไป 10 Pip ระบบจะตั้ง "ล็อคกำไร" จากจุดที่คุณเข้าเทรด ขยับมาอีก 10 Pip

ดังนั้นจะเห็นว่า คุณต้องมีสถานะการเทรดอยู่ก่อนแล้ว และควรจะถือครองกำไรมาสักระยะหนึ่งด้วย จากตัวอย่างข้างบน หากราคาถอยมาไม่ถึงที่ล็อคกำไรไว้ และยังไปต่อเรื่อยๆ ระบบจะล็อคกำไรเพิ่มเรื่อยๆ ลองดูตัวอย่างนี้ที่หากคุณกำลังถือกำไรอยู่ 50 Pip และตั้ง Trailing Stop ไว้ 20 Pip ก็จะมีผลลัพธ์ดังนี้

  • หากราคาขยับไปอีก 20 Pip (ถูกทางมาแล้ว 70 Pip) ระบบจะล็อคกำไรให้คุณ 20 Pip ทันที
  • หากราคาขยับไปทำให้คุณถูกทาง 90 Pip ระบบจะล็อคกำไรเพิ่มให้คุณมาเป็น 40 Pip
  • สมมติราคาขยับไป 100 Pip ระบบจะไม่ทำอะไรให้เพราะไม่ถึง 20 Pip และหากราคากลับตัวจนมาหยุดที่ 40 Pip ระบบก็จะออกจากการเทรด โดยคุณได้กำไรไป 40 Pip

การใช้ Trailing Stop อาจจะไม่เหมาะกับสกุลเงินที่ไม่ได้ผันผวนมาก หรือเทรดเป็นกรอบ Sideway เป็นเวลานานๆ แต่การใช้ Trailing Stop จะมีประโยชน์อย่างมากกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนมากๆ หรือมีกรอบการสวิงกว้างมาก ซึ่งหากเทรดเดอร์สามารถใช้ Trailing Stop ล็อคกำไรไปเรื่อยๆ จนสุด Trend ได้ และสินค้าประเภทนี้มักเป็นสินค้าที่มีผู้เล่นในตลาดมากๆ เช่น ทองคำ ทั้งนี้ คุณสามารถคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เปิดบัญชีทดลองเทรดทองคำได้ฟรี!

Stop Loss หุ้นด้วย Dow Theory

หัวข้อนี้ป็นแนวคิดในการ Stop Loss อีกแบบหนึ่ง ความจริงถ้าคุณเข้าใจเรื่อง Trailing Stop ก็ถือว่าไม่มีอะไรยากแล้ว อย่างไรก็ตาม "แนวคิดโบราณ" ที่ว่านี้เป็นแนวคิดที่เคยใช้กันบ่อยในตลาดหุ้น มันคือกลยุทธิ์ 50% Stop Loss ซึ่งเป็นแนวคิดในการตั้ง Stop Loss ที่อ้างอิงกับพฤติกรรมราคา ซึ่งก็ตามตัวเลยก็คือ หากราคาลดลงมาถึงระดับ 50% ก็ให้ตัดขาดทุนได้เลย แม้จะฟังดูเสี่ยงมาก แต่มันอยู่บนพื้นฐานของ Dow Theory คร่าว ๆ คือการพยายามแบ่งความแข็งแรงของแนวโน้มเป็น 3 ระดับ

  1. แข็งแกร่ง
  2. พอสมควร
  3. อ่อนแรง

โดยหากแนวโน้มยังอยู่ที่เบอร์ 1 หรือแข็งแกร่งนั้น ราคาไม่ควรย่อเกิน 1/3 หรือประมาณ 30% โดยเทรดเดอร์มักฉวยโอกาสในการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อลงมาประมาณ 30% แต่หากราคามาถึงเบอร์ 2 หรือ "พอสมควร" มันจะเป็นจุดที่ราคาลงมา 50% ซึ่งแนวคิดของ Dow มองว่า ราคาไม่ได้แข็งแกร่งมากแล้ว การที่ราคาจะทำ New High ต้องใช้เวลาสัก ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหากราคาย่อลงมา 50% มันจะมีความหมายคือ

  • ราคาไม่ได้แกร่งมาก ต้องใช้เวลาสักพัก (Sideway) หากจะทำ New High
  • การที่ราคาย่ำกับที่นานๆ อาจจะหมดแรง และเปลี่ยนทิศทางได้ง่าย

ดังนั้น ถ้าหากเป็นตลาดหุ้น เมื่อราคาย่อลงมา 50% แล้ว เทรดเดอร์หลายคนเลือกที่จะ Stop Loss ออกมาก่อน โดยเงินที่เสียไปจะมองว่า ยังสามารถนำมาเทรดในกรอบ Sideway จากการย่อนั้นได้ เช่น ถ้าติดดอยที่จุดกลับตัวพอดี ก็อาจตัดขาดทุน แล้วมาเริ่มเทรดแถวๆ ระดับ 50% โดยใช้กลยุทธิ์เก็บสั้นในกรอบ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งของเรื่องการย่อ 1/3 คือให้เราลองใส่ Indicator ในกลุ่มค่าเฉลี่ยเคลื่อน เช่น EMA และกำหนดระยะในแบบที่ไม่ยาวนัก อาจจะ 20 วัน ตุณจะสังเกตเห็นว่า การย่อลงมาของราคามาที่เส้น EMA 20 แท่งเทียน มักจะเป็นการย่อประมาณ 1/3 ในขณะที่การย่อ 50% อาจจะสัมผัสเส้นอื่นที่ยาวกว่า อาจจะเป็น EMA ที่ตั้งค่า 50 แท่งเทียน เป็นต้น

กลยุทธิ์ 50% อยู่บนพื้นฐานของเรื่อง "กำลังของแนวโน้ม" และมักใช้ได้ดีกับหุ้น แต่หากเป็นสินค้าที่มีความผันผวนมากขึ้นอย่าง Forex หรือ Gold คุณจะเห็นว่า ราคาสามารถย่อลงมาได้ถึง 61.8% โดยที่ยังมีกำลังที่แข็งแกร่งอยู่ การย่อลงมาครึ่งหนึ่งในตลาด Forex จะให้ความหมายหรือสามารถตีความได้ค่อนข้างแตกต่างจากตลาดหุ้น ทั้งนี้ หากคุณชอบกลยุทธิ์ 50% เพราะมีความชัดเจน คุณควรเลือกเทรดหุ้นหรือดัชนีหุ้น โดยสามารถเปิดบัญชีทดลองเทรดหุ้น คลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้

ทดลองเทรดหุ้นฟรี!

Stop Loss คือ "หัวใจของการเทรด"

ในฐานะเทรดเดอร์ เราก็ต่างมีวิธีการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรวมถึงการเทรดโดยไม่ใช้ Stop Loss อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะไม่ Stop Loss อย่างสิ้นเชิงได้เลย เพราะต่อให้คุณลงทุนในหุ้นและถือไว้ การที่หุ้นของคุณมูลค่าเหลือ 0 นั้นก็เปรียบเสมือนระดับ Stop Loss ของคุณ

และสำหรับการเทรดในตลาดที่ใช้ Leverage การมี Stop Loss คือหัวใจของการเทรดอย่างแท้จริง เพราะไม่ใช่แค่เรื่องการปกป้องเงินทุน แต่มันยังเป็นเครื่องช่วยเตือน และเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยย้ำความเจ็บปวดเพื่อกระตุ้นให้คุณพัฒนาจุดเข้าเทรดของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังไงคุณก็ต้อง Stop Loss แต่จะทำด้วยวิธีไหน นั้นเป็นสิ่งที่คุณต้องฝึกฝน ซึ่งเราได้แนะนำไปคร่าวๆ แล้ว

ทั้งนี้ คุณทราบหรือไม่ว่า MetaTrader 4 หรือที่เราเรียกว่า MT4 เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ซึ่งทำให้การตั้งค่า Stop Loss ของคุณเป็นไปอย่างง่ายดาย MT4 มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง สามารถใช้ระบบเทรดอัตโนมัติได้ ปรับแต่งเครื่องมือ Indicator ต่างๆ ได้ตามต้องการ และสำหรับโบรกเกอร์ Admiral Markets เรามีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์สายข่าว หรือนักวิเคราะห์ทางเทคนิค MT4 คือแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มฟรี!

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer): เอกสารนี้ไม่มีและไม่ควรตีความว่ามีคำแนะนำการลงทุน, การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน, ข้อเสนอหรือคำชักชวนให้ทำธุรกรรมใด ๆ ในตราสารทางการเงิน โปรดทราบว่า ในกรณีของการวิเคราะห์การซื้อขายใด ๆ ที่อ้างอิงถึงผลการดำเนินงานหรือสถิติในอดีต พฤติกรรมของข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใด ๆ คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

Admiral Markets อวตาร
Admiral Markets โซลูชันแบบครบวงจรเพื่อการชำระเงิน การลงทุนและการบริหารจัดการเงินของคุณ

Admiral Markets เป็นมากกว่าโบรกเกอร์ เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ให้บริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เราทำให้คุณเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินส่วนบุคคลจากโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อการลงทุน การใช้จ่ายและการบริหารจัดการเงิน