Scalping คืออะไร: การเทรดแบบ Scalping เหมาะกับทุกคนหรือไม่?

Admiral Markets

ในบรรดากลยุทธ์การเทรดทั้งหมด สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "กองทะลวงฟัน" ของโลกการเงิน ก็คือนักเทรดแบบ Scalping หรือเราอาจเรียกพวกเขาว่า "Scalper" เนื่องจากการเทรดในลักษณะนี้ต้องอาศัยเข้าใจเรื่องความผันผวนและทักษะการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ชำนาญ ไม่ต่างจากกองทะลวงฟันในสมัยก่อนที่ต้องแตกฉานเพลงดาบ

ในบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาหลัก ๆ เป็นสองหัวข้อใหญ่ ๆ ได้แก่

Scalping คือ

Scalping คือ กลยุทธ์การซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อเก็งกำไรในรูปแบบหนึ่งที่มุ่งเก็บกำไรจากส่วนต่างราคาเพียงเล็กน้อย แต่เน้นเทรดให้ได้ถี่ ๆ หลาย ๆ รอบ นักเทรดแบบ Scalper จะอาศัยประโยชน์จากความผันผวนในระยะสั้น ๆ ของราคา โดยอาจใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น Bollinger Bands, Price Action เป็นต้น

การเทรดแบบ Scalping จะปิดทำกำไรภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้น การเทรดในลักษณะนี้ก็จัดเป็นรูปแบบของ Day Trading สิ่งที่แยกระหว่าง Scalper กับ Day Trader คือจำนวน Transaction ที่เกิดขึ้น

การเดย์เทรดโดยทั่วไปต้องการ Risk/Reward ที่คุ้มค่า จึงอาจเทรดได้เพียงวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้น โดยระยะทางของกำไรที่เก็บแต่ละครั้งจะกว้างพอสมควรเมื่อเทียบกับความผันผวนรายวัน เช่น 30 Pips จากกรอบ 100 Pips ในขณะที่การ Scalping อาจเก็บเพียง 5-10 Pips

ภาพ 1.1 กราฟราคาทองคำราย H1, แสดงจังหวะการเข้าเทรดที่น่าจะเป็นไปได้ - Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

แม้ในโลกของการเทรด จะไม่ได้มีการแบ่งแยกชัดเจน และอาจจะไม่มีประโยชน์ที่ต้องแบ่งแยกระหว่างการเทรดในสองรูปแบบ แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาศึกษา ก็ต้องขออธิบายว่า เหตุผลที่ทำให้ Day Trading กับ Scalping มีความแตกแต่างกันอยู่บ้างก็เนื่องมาจากลักษณะธรรมชาติของตลาดเอง ลองพิจารณาที่ภาพ 1.1 ด้านบน

ในภาพคือกราฟ 1 ชั่วโมง เส้นแนวตั้งคือเส้นแบ่งเวลาของแต่ละวัน สี่เหลี่ยมสีฟ้าคือจังหวะเทรดด้วยกลยุทธ์ Breakout สำหรับการ Day Trading ในขณะที่ลูกศรสีเหลือง คือจังหวะการเทรดแบบ Scalping ที่น่าจะเป็นไปได้ โดยใช้กลยุทธ์ในกลุ่ม Oscillator

จะเห็นได้ชัดเจนว่า โดยธรรมชาติสิ่งที่เรียกว่า Day Trading มักเป็นการเก็บกำไรในระยะทางที่ไกลพอสมควร เนื่องจากต้องบริหาร Take Profit ให้คุ้มกับ Stop Loss ที่วางไว้ ดังนั้น Day Trading อาจจะไม่ได้มีจังหวะในการเข้าเทรดในบางวันก็ได้

การเทรดแบบ Scalping จึงมีข้อดีที่เหนือกว่าคือมันมีโอกาสที่จะสามารถเข้าเทรดและเก็บกำไรได้ทุกวัน จากสภาพตลาดที่ยืดหยุ่นกว่า โดยการเทรด Scalping อาจดักเก็บกำไรจากกรอบแคบ ๆ ซึ่งพวก Day Trading ที่มองหา Risk/Reward ที่คุ้มค่า จะไม่สามารถหาจังหวะเทรดได้เลย เนื่องจากสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย

องค์ประกอบของการเทรดแบบ Scalping คืออะไร?

สำหรับท่านที่ต้องการศึกษากลยุทธ์ที่หลากหลาย แนะนำให้ตามไปอ่านที่บทความ "แนะนำเทคนิคและกลยุทธ์การเทรด Scalping Forex 1 นาที" ในบทความนี้จะแนะนำองค์ประกอบที่เป็นพื้นฐานสำหรับการเทรดในลักษณะนี้ว่าต้องพิจารณาอะไรบ้าง โดยเริ่มจาก

  • สินค้าและความผันผวน
  • กลยุทธ์ที่เลือกใช้

สินค้าและความผันผวน

ประเด็นแรก แม้จะเคยบอกว่า การเทรด Scalping สามารถยืดหยุ่นได้กว่าเดย์เทรดตรงที่มันสามารถเลือกและเข้าไปเทรดในตลาดที่มีกรอบแคบ ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหรือวันที่มีสภาพคล่องต่ำ ๆ ก็ไม่เหมาะสำหรับการเทรดอยู่ดี และไม่ใช่ว่า ทุกสินทรัพย์จะสามารถเทรดระยะสั้นได้ทุกสินทรัพย์ ลองดูตัวอย่างภาพ 1.2 ด้านล่างนี้

ภาพ 1.2 กราฟคู่เงิน AUDCHF ราย H1, แสดงกรอบความผันผวนที่แคบมาก ไม่เหมาะกับการเข้าไปเทรด - Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

แม้เราจะเน้นเทรดสั้น ๆ แต่ค่า Commission ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเราในแต่ละเทรดนั้นไม่สั้นตามไปด้วย ซึ่งโดยกลไลราคาแล้ว คู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ CAD, CHF รวมถึงพวกสกุลเงิน Exotic ต่าง ๆ เช่น HUF, RUB, PLN เป็นต้น สกุลเงินเหล่านี้จะมีค่าสเปรดที่สูงกว่าปกติ เช่น หากคู่เงิน EURUSD มีค่าสเปรดราว ๆ 0.2-1 Pip คู่เงินอย่าง AUDCHF อาจมีค่าสเปรดอยู่ที่ 2-3 Pips ได้เลย

สมมติเรามองโลกในแง่ดีสุด ๆ ว่าคู่เงิน AUDCHF มีค่าสเปรด 1 Pip ให้ลองสังเกตที่ภาพ 1.2 โอกาสที่เราจะสามารถทำกำไรจากกลุยทธ์แบบ Range Trading นั้นแทบเเป็นไปไม่ได้เลย ค่าเฉลี่ยของ Range ในคู่เงิน AUDCHF อาจอยู่ที่ราว ๆ 4-5 Pips เท่านั้น และเราต้องโดนค่าสเปรดอีก 1-2 Pips เหลือพื้นที่ให้กำไรได้เพียง 3-4 Pips เท่านั้น ซึ่งแคบเกินไป เราต้องเข้าเทรดที่จังหวะ High หรือ Low พอดิบพอดี ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะทำได้ตลอดเวลา

กลยุทธ์ที่เลือกใช้

นักเทรดสาย Scalping ที่ประสบความสำเร็จใช้กลยุทธ์การเทรดที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่เราก็จะพอจะจัดกลุ่มประเภทของวิธีการซื้อขายที่ได้รับความนิยมได้ ซึ่งหลัก ๆ มักเป็นกลุยทธ์ที่ดักเทรดตามราคาต่าง ๆ ที่พฤติกรรมของราคามีโอกาสจะ 'ตีกลับ'

กลยุทธ์สายหนึ่งเรียกว่า "Exhausted Level" หมายถึง โซนที่ราคาอ่อนแรง ซึ่งเทคนิคที่ใช้หาแนวราคาพวกนี้ ได้แก่ Fibonacci Retracement, Pivot Point รวมถึงการใช้พวกกรอบความผันผวนอย่าง Bollinger Bands เหตุผลเพราะกลยุทธ์พวกนี้ทำงานได้ดีกว่า Trend Following หากคิดจะ Scalping

ภาพ 1.3 กราฟคู่เงิน EURCHF ราย 5 นาที, แสดงกรอบความผันผวนที่แคบมาก ไม่เหมาะกับการเข้าไปเทรด - Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ที่มักเป็นเช่นนี้ เพราะด้วยข้อจำกัดของความผันผวนในแต่ละวันด้วย เพราะโดยธรรมชาติของกลยุทธ์แบบ Trend Following นั้นคือจะต้องเกิด Trend ขึ้นก่อนถึงจะเกิด Trade Setup ได้ ในกรณีที่เร็วที่สุด คือเข้าในจังหวะ Breakout ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่าต้นน้ำ (ถ้าเทรดเร็วกว่านี้ มักจะไม่ได้มองบนฐานของ Trend)

ที่นี่เรามาลองดูกรณีของภาพ 1.3 กลยุทธ์พื้นฐานของสายเทรน คือรอให้ราคา Breakout แล้วรอซื้อในจังหวะที่ราคากลับมาทดสอบเส้น EMA ในภาพคือกราฟ 5 นาทีกับเส้น EMA-20 ปรับค่าเป็น "Low" เพื่อ Optimize (ช่วยสุด ๆ แล้วนะ) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมราคา

ปํญหาของ EURCHF ในภาพ 1.3 คือ ธรรมชาติของคู่เงินนี้มีความผันผวนน้อยมากอยู่แล้ว กรอบของแต่ละวันอาจจะอยู่ที่ 20-30 Pips (วันที่เป็น Trend อาจถึง 40-50 Pips) แต่ทั้งนี้ ถ้าเราเทรดสาย Trend Following จะเห็นว่า เรารอให้เกิดการ Breakout ก่อน ซึ่งกระบวนการนี้กินพื้นที่ไปมากกว่า 10 Pips แล้ว หากเป็นวันธรรมดา ๆ เราจะเหลือพื้นที่ราว ๆ 10-20 Pips ให้เก็บกำไร ดังนั้นก็ขอสรุปว่า

  • Trend Following ไม่ค่อยเหมาะกับ Scalping เพราะต้องรอให้ราคาขยับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ทำให้พื้นที่การทำกำไรเหลือน้อย และยังทำรอบการเทรดได้น้อย
  • ถ้าใช้ Trend Following ก็ควรเลือกคู่เงินที่สวิงกว้าง ๆ เช่น GBPJPY เป็นต้น (แต่ก็จะทำรอบได้น้อยอยู่ดี แต่ถือว่าเป็นกลยุทธ์ Day Trading ที่ดี)

และทั้งหมดนี้คือคำแนะนำคร่าว ๆ เพื่อให้รู้จักกับการเทรดแบบ Scalping มากขึ้นว่า Scalping Trading คืออะไร รวมถึงได้อธิบาย "สิ่งสำคัญมาก ๆ" สำหรับการพิจารณาในการเทรด ซึ่งได้แก่การทำความเข้าใจเรื่องความผันผวนของสินทรัพย์แต่ละอย่าง เพราะหากตั้งต้นไม่เหมาะสม จะทำให้หลงทางนานมาก

เมื่อทำความเข้าใจแนวคิดที่เหมาะสมแล้ว เราสามารถเลือกกลยุทธ์และเครื่องมือ "ที่ชอบ" ได้เลย ซึ่งที่ได้รับความนิยม ได้แก่ [1] Price Action [2] Bollinger Bands [3] Stochastic Oscillator และต้องแนะนำอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเราจะเทรดด้วยกลยุทธ์อะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือเราต้องฝึกฝนอยู่เสมอ แนะนำให้ใช้บัญชี Demo Account ในแพลตฟอร์ม MT5

ใช้งาน MetaTrader 5 และเปิดบัญชีทดลองฟรี!

  • คุ้มครองเงินในบัญชีไม่ให้ต่ำกว่าศูนย์ บัญชีเทรดจะไม่มียอดติดลบ นักลงทุนจะไม่มีโอกาสเป็นหนี้โบรกเกอร์แบบตลาดหุ้นทั่วไป
  • เทรดด้วยแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งบน Windows, Mac, Web, Android และ iOS
  • เทรดตลาด Commodity สำคัญ ๆ ได้ครบทุกตัว ทองคำ, น้ำมัน, แร่ธรรมชาติ ฯลฯ
  • ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของตัวบัญชีได้ด้วยการเข้าไปเทรด Hedging ได้ตลอด 24 ชั่วโมง / 5 วันต่อสัปดาห์

การเปิดบัญชีกับ Admiral Markets นั้นสะดวกรวดเร็วมาก ๆ คุณเพียงกรอกแค่ชื่อกับอีเมลเท่านั้น คุณก็จะได้รับอีเมลรหัสสำหรับการเข้าเทรด และลิงค์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมเทรด คลิกเปิดบัญชีที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้ได้เลย

ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อการวิเคราะห์:

สื่อ, สารสนเทศที่ได้นำเสนอมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์รายเดือนหรือรายสัปดาห์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Aglobe Investments Ltd. ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใด ๆ ในการจัดการก่อนการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง ซึ่ง Aglobe Investments Ltd.จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเที่ยงธรรมของการวิเคราะห์ Aglobe Investments Ltd ได้กำหนดกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องสำหรับการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  4. การวิเคราะห์จัดทำโดยนักวิเคราะห์อิสระ (นักวิเคราะห์) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้เขียน") เนื้อหาเป็นไปตามการประมาณการณ์ส่วนบุคคลของพวกเขา
  5. ในขณะที่ใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาของเนื้อหาทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือและมีการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดในลักษณะที่เข้าใจได้ทันเวลา แม่นยำและครบถ้วนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม Aglobe Investments Ltd ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของ ข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในการวิเคราะห์
  6. ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือแบบจำลองใด ๆ ในอดีตของเครื่องมือทางการเงินที่ระบุไว้ในเนื้อหา ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับประกันโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยโดย Aglobe Investments Ltd สำหรับผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นและลดลง ไม่มีการรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น
  7. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาสำหรับความแตกต่าง; CFD) เป็นลักษณะของการเก็งกำไรและอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มการซื้อขายโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้
TOP ARTICLES
วิธีการหา แนวรับ แนวต้าน ในการเทรดหุ้น, ค่าเงิน, ทองคำ ฯลฯ
แนวรับ-แนวต้าน เป็นเครื่องมือสำคัญในการเทรด Forex แต่ไม่ใช่ว่า มันถูกใช้งานเฉพาะในตลาด Forex เท่านั้น เพราะถือเป็นพื้นฐานหลักในการเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินอื่นๆ อีกด้วยและในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ แนวรับ แนวต้าน คืออะไร แนวคิดเบื้องต้นในการหา แนวรับ-แนวต้าน Forex จุดต่ำสุด-สูงสุดข...
รวมเทคนิคเทรด Forex รูปแบบต่าง ๆ และหลักการเทรดให้ได้กําไร
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า Forex สามารถยึดเป็นอาชีพและเปลี่ยนชีวิตได้ แต่เทคนิคการเทรด Forex ให้ได้กําไรที่สอนกันบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ จะเป็นลักษณะที่ "ตัดเฉพาะบางส่วน" มาสอน ทำให้นักเทรดมือใหม่ไม่เข้าใจถึงแนวคิดของแต่ละระบบเทรด และตอบไม่ได้ว่า ควรเลือกเทคนิคเทรด Forex แบบไหนที่จะเหมาะสมกับตน...
QE คืออะไร และการลด QE หรือ Tapering จะส่งผลอย่างไร?
QE คืออะไร กลายเป็นคำถามที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง จากเดิมเป็นเพียงหัวข้อที่พูดคุยกันในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์และผู้ที่สนใจด้านการลงทุน แต่ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ สื่อกระแสหลักมีการรายงานกันอย่างต่อเนื่องว่า มาตรการ QE เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ราคาหมูแพงขึ้นจนน่าตกใ...
ดูทั้งหมด