ตลาดหุ้นอเมริมา คืออะไร : ตลาดหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง?

สิงหาคม 07, 2021 08:15 UTC
Reading time: 15 minutes

ตลาดหุ้นอเมริกาได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน เนื่องจากมีหุ้นเทคโนโลยีชื่อดังก้องโลก เช่น Facebook, Google, Amazon ซึ่งนับว่าเป็น 3 บริษัทที่เปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง มูลค่าของบริษัทเหล่านี้นั้น "มหาศาล" จนดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับตลาดหุ้นอเมริกากันมากขึ้น

บทความนี้จะเน้นอธิบายเรื่องพื้นฐานสำหรับมือใหม่ เริ่มตั้งแต่ ตลาดหุ้นอเมริกาคืออะไร ไปจนถึงวิธีการซื้อขายเบื้องต้น ไล่ลำดับตามหัวข้อดังต่อไปนี้

ตลาดหุ้นอเมริมา คืออะไร?

ตลาดหุ้นอเมริกา คือ ศูนย์กลางในการซื้อขายหุ้น หรือที่เรียกว่า "ตราสารทุน" ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอเมริกา (ตลาดหลักทรัพย์) ซึ่งก็เหมือนกับตลาดหุ้นแห่งประเทศไทยของบ้านเรา ที่รู้จักกันดีในชื่อ "SET" แต่ตลาดหุ้นอเมริกาจะมีตราสารทางการเงินให้เลือกลงทุนได้มากกว่า

ในสหรัฐฯ จะมีตลาดหุ้นหลักถึง 2 แห่ง ซึ่งทั้งสองแห่งยังเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ได้แก่ "ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก" (New York Stock Exchange) และตลาด "แนสแด็ก" (Nasdaq Stock Exchange) ดังนั้น เวลานักลงทุนพูดคำว่า "ตลาดหุ้นอเมริกา" ก็มักความหมายรวมทั้ง 2 ตลาดหลักดังกล่าว

ตัวอย่างบริษัทระดับโลกที่คุ้นหูกันดีที่มีให้ซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกา เช่น Amazon, Netflix, Facebook หรือแม้แต่บริษัทสัญชาติจีนอย่าง Alibaba ของ Jack Ma ก็เลือกที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาด Nasdaq หรือล่าสุดที่เป็นที่พูดถึง คือบริษัทผลิตวัคซีน Pfizer ก็มีให้ซื้อขายเช่นกัน

สำหรับท่านที่ต้องการทดลองเทรดหุ้นต่างประเทศ ไม่ว่าจะเทรดหุ้นเป็นรายบริษัท Facebook, Google ฯลฯ หรือกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ ETF เช่น กองทุน iShare เป็นต้น คุณก็สามารถเปิดบัญชีกับ Admiral Markets เทรดหุ้นอเมริกาได้แบบไม่ยุ่งยาก คลิกที่ปุ่มด้านล่าง

ทดลองเทรดหุ้นฟรี!

ตลาดหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง

เราพอทราบคร่าว ๆ แล้วว่า บริษัทระดับโลกส่วนใหญ่ก็จดทะเบียนในตลาดหุ้นอเมริกา โดยมี 2 ตลาดหุ้นหลักๆ ได้แก่ New York กับ Nasdaq แต่หากพูดถึงดัชนีที่ได้รับความนิยมในตลาดหุ้นอเมริกา จะมีอยู่ 3 ดัชนีหลัก ๆ ได้แก่

  • ดัชนี S&P 500 (SP500) : ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ "S&P500" เป็นดัชนีนี้วัดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และถือกันว่าดัชนีที่เป็น "ภาพแทน" ที่ดีที่สุดเวลาประเมินภาพรวมของตลาดหุ้นอเมริกาโดยรวมๆ
  • ดัชนี Nasdaq 100 (NQ100) : อเมริกามีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ เป็นตลาดที่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทั้งตลาดได้ จึงได้มีการพัฒนาดัชนี "NASDAQ 100" ซึ่งวัดเฉพาะแค่มูลค่าของบริษัทจดทะเบียน 100 บริษัทที่เป็นบริษัทในอุตสาหกรรม "เทคโนโลยี" ที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้น หากจะดูแค่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ให้เราพิจารณาแค่ดัชนี NASDAQ 100 ก็เพียงพอ
  • ดัชนี Dow Jones 30 (DJI30) : "ดัชนีดาวโจนส์" ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับ "ดาวโจนส์ 30" มีแนวคิดคล้ายๆ S&P500 แต่จะวัดมูลค่าเฉพาะ 30 บริษัทที่ประเมินแล้วว่า มันคือ 30 บริษัทที่สำคัญของเศรษฐกิจอเมริกา ถ้า S&P500 สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นอเมริกา ตัวดัชนี DJI30 ก็เป็นภาพที่สะท้อน "หัวใจ" ของเศรษฐกิจอเมริกา

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอเมริกายังมี "ตลาดเฉพาะทาง" ที่เป็นตลาดทางการเงินเพื่อสนับสนุนเครื่องมือเพิ่มเติมหรือตราสารอนุพันธ์ หรือตราสารที่มีความซับซ้อนอื่น เช่น AMEX จะเป็นตลาดสำหรับซื้อขายกองทุน ETF โดยเฉพาะ หรือตลาด CBOE, CBOT และ CME ที่ถือเป็นศูนย์กลางในการเทรดฟิวเจอร์ส

ตลาดหุ้นอเมริกา เปิดปิดกี่โมง

  • ตลาดหุ้นอเมริกาเปิด 7.00 PM หรือ 1 ทุ่มตลาดเวลาประเทศไทย
  • ปิด 3.00 AM หรือ ตี 3 ตามเวลาประเทศไทย (เช้าวันใหม่)

วิธีซื้อหุ้นอเมริกา

ในส่วนนี้จะอธิบายวิธีการพื้นฐานทั้งหมดว่าเวลาจะเริ่มต้นต้องดูตรงไหน เข้าไปกดปุ่มอะไรบ้าง โดยเริ่มหัวข้อแรกจะอธิบายเรื่องโบรกเกอร์ หัวข้อที่สองจะเป็นวิธีการดูข้อมูลตลาดหุ้นอเมริกา หัวข้อสามจะเป็นวิธีการเปิดสถานะซื้อขาย

1. หุ้นอเมริกาในโบรกเกอร์ Admiral Markets

ก่อนอื่นเลย คือ คุณต้องเข้าใจว่า คุณหรือใครก็ตาม จะไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์ตรงๆ ได้ ซึ่งที่คุณต้องทำคือซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ เพราะโบรกเกอร์จะเป็นตัวกลางในการจัดการคำสั่งซื้อขายไปสู่ตลาด ทำให้ระบบการเงินเกิดความเรียบร้อย

โดยวิธีการเลือกโบรกเกอร์ หากคุณลองศึกษาอย่างละเอียด คุณจะเริ่มเข้าใจว่า ทำไมควรเทรดกับโบรกเกอร์ Admiral Markets ของเรา คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

เหตุผลที่ดีที่คุณควรเลือก Admiral Markets จะมีข้อดีต่างๆ มากมาย เช่น การอยู่ภายใต้การควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหราชอาณาจักรสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลียและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเอสโตเนียและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไซปรัส

  • เปิดบัญชีการซื้อขายและการลงทุนที่หลากหลาย เช่น MT5 ซึ่งคุณสามารถซื้อหุ้นของ บริษัท ในตลาดหุ้นทั่วโลก 15 แห่งและรับข้อมูลตลาดเวลาว่างฟรี
  • เปิดบัญชีการซื้อขาย CFD : ซึ่งทำกำไรได้ทั้งฝั่ง Buy หรือ Sell คุณจะได้อัตราทดมากถึง 1:1000
  • เยี่ยมชม Meta Trader แพลตฟอร์มการซื้อขายที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเว็บระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, iOS และ Android
  • การซื้อขายในประเภทสินทรัพย์เช่นหุ้นสหรัฐหุ้นต่างประเทศดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ Commodity
  • ยิ่งไปกว่านั้น Admiral Markets ผู้ที่เลือกใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายที่รวดเร็วปลอดภัยและได้รับประโยชน์จะได้รับประโยชน์จากนโยบายการป้องกันยอดคงเหลือติดลบซึ่งจะช่วยปกป้องคุณจากผลข้างเคียงในตลาด

ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบสัญญาณการซื้อขายของคุณว่า ใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลอง ซึ่งเปิดโอกาสในคุณสามารถทดลองกลยุทธิ์การเทรด Forex ได้ทุกประเภทโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ เลย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2. การดูกราฟหุ้นอเมริกา

เว็บไซต์ของตลาดหุ้นอเมริกาช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม มันจะสะดวกกว่ามากๆ หากดาวน์โหลดแพลต์ลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งแพลตฟอร์ม MetaTrader จะทำให้คุณดูกราฟราคาหุ้นของทุกๆ หุ้นรายตัวในตลาดหุ้นอเมริกาได้ทันที แนะนำให้ดาวน์โหลดลงเครื่องไว้เลย

ทั้งนี้ MetaTrader ที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ Admiral Markets จะมีวุ่นที่แตกต่างกัน โดย MetaTrader 4 หรือ MT4 จะเป็นเวอร์ชั่นสำหรับการเทรด Forex โดยเฉพาะ เนื่องจากจะไม่คำสั่งขั้นสูงที่ใช้งานในตลาดหุ้น เช่น คำสั่ง Fill or Kill เป็นต้น โดยเทรดเดอร์ที่ต้องการดูกราฟหุ้นอเมริกา ให้เลือกดาวน์โหลด MetaTrader 5 หรือ MT5 ลองพิจารณารายละเอียดด้านล่างนี้

  • MetaTrader 4 : เน้นเทรดค่าเงิน Forex
  • MetaTrader 5 : เน้นหุ้นเพราะมีคำสั่งที่ครอบคลุมการเทรดตลาดหุ้นมากกว่า MT4

โปรแกรมดูกราฟ

3. วิธีเล่นหุ้นอเมริกาใน MT4, MT5

เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรดเรียบร้อยแล้ว หรือบัญชีทดลองดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการซื้อขายของคุณฟรีและพบแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับคุณแล้วคุณสามารถเริ่มตัดสินใจซื้อขายเกี่ยวกับอนาคตของตลาดหุ้นสหรัฐและตัวเลือกในการซื้อหรือขาย คุณสงสัยหรือไม่ว่าจะซื้อหุ้นสหรัฐบนเว็บไซต์ Meta Trader ของคุณได้อย่างไร? ไม่สามารถทำให้ง่ายขึ้นได้โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader ขึ้นมา
  2. เปิดหน้าต่างรายชื่อหุ้นได้จากแท็บ View ด้านบน แล้วเลือก Market Watch หรือกดปุ่มลัด Ctrl+M บนคีย์บอร์ดของคุณก็ได้ หลังจากนั้นมันจะแสดงหน้าต่างรายชื่อหุ้นมาจำนวนหนึ่งในด้านซ้ายมือ (ซึ่งยังไม่ใช่ทั้งหมด)
  3. คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือกคำว่า Symbols หรือกดปุ่มลัด Ctrl+U บนคีย์บอร์ดของคุณก็ได้
  4. มันจะแสดงรายการหุ้นทั้งหมดที่มีให้คุณเทรด รับประกันว่าเลือกไม่ไหวแน่ๆ

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

คลิกซ้ายที่ไอคอนที่คุณต้องการดูตอนนี้และลากไปยังแผนภูมิเพื่อดูราคาหุ้นสหรัฐของไอคอนที่คุณเลือก ตอนนี้คุณสามารถเปิดตั๋วการค้า

  1. คลิกขวาบนพื้นที่กราฟ
  2. เลือกคำว่า Trading
  3. แล้วกดปุ่ม New Order หรือขั้นตอนนี้อาจจะกดปุ่มลัด F9 จากคีย์บอร์ดก็ได้
  4. หลังจากนั้นตัวโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างให้คุณเลือก Buy หรือ Sell ซึ่งคุณสามารถกำหนดค่า Stop Loss หรือ Take Profit ไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้ แน่นอนว่าอย่าลืมเช็คตรง Volume ดี ๆ ว่าจะเทรดด้วยปริมาณเท่าไหร่

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการซื้อหุ้นสหรัฐและเข้าร่วมในตลาดหุ้นสหรัฐให้เปิดเว็บไซต์ Admiral Markets Meta Trader ของคุณฟรีแล้วดูวิดีโอด้านล่าง!

ตอนนี้คุณรู้วิธีซื้อและซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเข้าใจว่าอะไรส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นสหรัฐดังนั้นคุณสามารถระบุได้ว่าหุ้นใดเสนอการเคลื่อนไหวของราคาที่ดีที่สุด

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง?

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้นอเมริกา เช่น:

เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นอเมริกา (รวมถึงตลาดประเทศอื่น ๆ ด้วย) ราคามักจะขยับสูงขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต เนื่องจากมีการจ้างงานที่สูงขึ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่มากขึ้น และผลกำไรของบริษัทต่าง ๆ สูงขึ้น เมื่อบริษัทเริ่มทำกำไรได้มากขึ้น นักลงทุนมักจะซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านั้นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันตลาดหุ้นโดยรวม

ดังนั้น นักลงทุนจึงให้ความสนใจกับข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เช่น

  • ตัวเลขการจ้างงาน
  • นโยบายธนาคารกลางเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
  • รายงานเงินเฟ้อ
  • ตัวเลขยอดขายปลีกและการใช้จ่ายของผู้บริโภค และอื่นๆ

เมื่อเรียนรู้วิธีซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โปรดจำไว้ว่านักลงทุนมองหาแนวโน้มจากตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจต่างๆ แทนที่จะตอบสนองต่อข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ดีหรือไม่ดีเพียงจุดเดียว

การเมือง

อีกประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นอเมริกา คือผลกระทบของการเมืองที่มีต่อตลาด นโยบายทางการเมืองที่ผันผวนที่จะทำให้เกิดการชะลอการลงทุนออกไปก่อน หรือตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น คือการที่ผู้นำสหรัฐฯ สั่ง Shutdown ทำให้ระบบราชการทำงานไม่ได้ จึงเกิดการเทขายหุ้นจากนักลงทุนเพื่อดูสถานการณ์

การกำหนดนโยบายทางด้านภาษี การควบคุมการใช้จ่ายต่าง ๆ อาจมีผลกระทบอย่างมากต่อการซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกา ที่ชัดที่สุดคือช่วงฤดูกาลเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะขายนโยบายของตนให้กับธุรกิจขนาดใหญ่และผู้บริโภค

ในช่วงเวลาเหล่านี้ ความคาดหวังต่าง ๆ จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนทำการซื้อขายในตลาด

ตัวอย่างเช่น เมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2016 ตลาดหุ้นอเมริกาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นเพราะเขาสัญญาว่าจะลดภาษีนิติบุคคลสำหรับธุรกิจ ซึ่งหมายถึง บริษัททั่ว ๆ ไปจะมีกำไรเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากที่ภาระด้านภาษีน้อยลง

ลองดูที่กราฟราคาระยะยาวของดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ด้านล่าง:

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

พฤติกรรมของราคาหุ้นกับข่าวยังมีอีกหลายลักษณะ ตัวอย่างเช่น ในปี 2017 'ทรัมป์' เริ่มทำสงครามภาษีการค้ากับจีน โดยใช้ Twitter เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อแนวทางปฏิบัติทางการค้าของจีน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐเข้าสู่ช่วงผันผวนและตามช่วง ดังที่เน้นไว้ในแผนภูมิราคา S&P 500 ด้านล่าง:

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

หลังจากที่ได้อ่านวิธีการดูและเล่นหุ้นอเมริกาอย่างคร่าวๆ แล้ว หากคุณเริ่มสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Nasdaq หรือ Dow Jones เรามีเหตุผลที่ดีมากๆ ที่คุณควรเปิดบัญชีเทรดหุ้นกับ Admiral Markets

  • เปิดบัญชีทดลองได้ฟรี
  • และหากต้องการลงทุนในตลาดจริง เงินฝากขั้นต่ำเพียง 25 USD หรือประมาณ 750 บาทเท่านั้น!
  • มีหุ้นมากกว่า 4,000 รายการจากตลาดหุ้นสำคัญ 17 ตลาดทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เยอรมนี ฯลฯ
  • สามารถใช้ Leverage ได้สูงสุดถึง 1:1000 ทำให้ซื้อขายได้มากกว่าปกติ 1,000 เท่า เหมาะสำหรับการแก้สถานการณ์ต่าง

การเปิดบัญชีกับ Admiral Markets นั้นสะดวกรวดเร็วมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นบัญชี Demo หรือบัญชีจริง คุณเพียงกรอกแค่ชื่อกับอีเมลเท่านั้น คุณก็จะได้รับอีเมลรหัสสำหรับการเข้าเทรด และลิงค์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมเทรด คลิกเปิดบัญชีที่ปุ่มแบนเนอร์ด้านล่างนี้ได้เลย

ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อการวิเคราะห์:

สื่อ, สารสนเทศที่ได้นำเสนอมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์รายเดือนหรือรายสัปดาห์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Aglobe Investments Ltd. ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใด ๆ ในการจัดการก่อนการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง ซึ่ง Aglobe Investments Ltd.จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเที่ยงธรรมของการวิเคราะห์ Aglobe Investments Ltd ได้กำหนดกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องสำหรับการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  4. การวิเคราะห์จัดทำโดยนักวิเคราะห์อิสระ (นักวิเคราะห์) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้เขียน") เนื้อหาเป็นไปตามการประมาณการณ์ส่วนบุคคลของพวกเขา
  5. ในขณะที่ใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาของเนื้อหาทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือและมีการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดในลักษณะที่เข้าใจได้ทันเวลา แม่นยำและครบถ้วนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม Aglobe Investments Ltd ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของ ข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในการวิเคราะห์
  6. ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือแบบจำลองใด ๆ ในอดีตของเครื่องมือทางการเงินที่ระบุไว้ในเนื้อหา ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับประกันโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยโดย Aglobe Investments Ltd สำหรับผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นและลดลง ไม่มีการรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น
  7. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาสำหรับความแตกต่าง; CFD) เป็นลักษณะของการเก็งกำไรและอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มการซื้อขายโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้
Admiral Markets อวตาร
Admiral Markets โซลูชันแบบครบวงจรเพื่อการชำระเงิน การลงทุนและการบริหารจัดการเงินของคุณ

Admiral Markets เป็นมากกว่าโบรกเกอร์ เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ให้บริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เราทำให้คุณเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินส่วนบุคคลจากโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อการลงทุน การใช้จ่ายและการบริหารจัดการเงิน